การกู้ยืม เงินด่วน คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้กู้” ได้ขอยืมเงินจำนวนหนึ่งจากบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้ให้กู้” และผู้กู้ตกลงจะใช้เงินคืนภายในกำหนดเวลาตามที่ตกลงกันไว้ การกู้ยืมเงินจะมีผลสมบูรณ์เมื่อส่งมอบเงินให้กับผู้กู้แล้ว

หลักฐานการกู้ยืม เงินด่วน

การกู้ยืมเงินกันตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่แสดงข้อความว่าได้มีการกู้เงินกันจริง และได้กู้ยืมเงินกันจำนวนเท่าใด โดยต้องมีการลงลายมือชื่อของผู้กู้เป็นสำคัญ ถ้าการกู้ยืมเงินดังกล่าวไม่ทำเป็นหนังสือ ผู้ให้กู้จะฟ้องร้องบังคับคดีกันไม่ได้

การเรียกดอกเบี้ย

การกู้ยืมเงินตามกฎหมายกำหนดว่า ผู้ให้กู้จะเรียกดอกเบี้ยมากกว่าร้อยละ 15 บาทต่อปีไม่ได้ ถ้ามีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราดอกเบี้ยจะตกเป็นโมฆะคือเสียเปล่า ผู้ให้กู้ เงินด่วน คงเรียกได้เฉพาะแต่เงินต้นเท่านั้น และนอกจากนี้ผู้ให้กู้อาจได้รับโทษจำคุกเพราะมีความผิดทางอาญาฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืม เงินด่วน

1. จะต้องไม่เซ็นชื่อลงในกระดาษเปล่าให้แก่ผู้ให้กู้โดยเด็ดขาด

2. จำนวนเงินในช่องว่างในสัญญากู้ยืมเงินนั้น จะต้องลงจำนวนเงินที่กู้กันจริง ๆเท่านั้น และต้องเขียนจำนวนเงินที่กู้กันนั้นเป็นตัวหนังสือกำกับตัวเลขจำนวนเงินดังกล่าวด้วยเสมอ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ให้กู้เติมตัวเลข

3. หนังสือสัญญากู้จะต้องทำขึ้นอย่างน้อย 2 ฉบับ โดยผู้ให้กู้ถือและผู้กู้ถือไว้คนละฉบับ

4. ผู้กู้จะต้องนับเงินที่ตนได้กู้ให้ครบถ้วนตามสัญญา

5. พยานในสัญญากู้ยืมเงินนั้น ผู้กู้ควรให้พยานฝ่ายของตนร่วมลงลายมือชื่อในสัญญากู้อย่างน้อย 1 คนด้วย

ข้อควรปฏิบัติของผู้กู้ในการจะชำระเงินคืนแก่ผู้ให้กู้

1. ต้องเรียกใบรับเงินชำระหนี้ทุกครั้งที่ชำระ โดยให้ผู้ให้กู้ เงินด่วน (เจ้าหนี้) ทำหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ ว่าได้รับเงินคืนเป็นจำนวนเท่าใด หรือได้รับคืนครบถ้วนแล้ว

2. กรณีที่ผู้กู้ได้ชำระเงินคืนให้แก่ผู้ให้กู้จนครบถ้วนแล้ว ผู้กู้จะต้องขอรับหนังสือสัญญากู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้มาทำลายเสีย

3. ในกรณีที่ผู้กู้ชำระเงินคืนเพียงบางส่วน นอกจากมีใบรับเงินแล้ว ผู้กู้จะต้องให้ผู้ให้กู้บันทึกไว้เป็นหลักฐานในหนังสือสัญญากู้ว่า ได้มีการชำระเงินคืนไปแล้วเป็นจำนวนเท่าใด โดยผู้ให้กู้จะต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งวันที่

 

Update วันที่ 07-05-55 By CreditOnHand